คำถามที่พบบ่อย

อันตรายจากหลอดไฟ UV

อันตรายจากหลอดไฟ UV มาจากรังสี UV ในหลอดไฟที่เลียนแบบรังสียูวีของแสงแดด ดังนั้นอันตรายจากหลอดไฟ UV จึงมีความคล้ายกับอันตรายที่เรามักจะได้รับจากแสงแดด

  1. อันตรายต่อผิวหนัง: การที่อยู่ภายใต้หลอดที่ปล่อยรังสียูวีนานๆ โดยไม่มีการป้องกัน อาจได้รับ อันตรายจากหลอดไฟ UV ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังได้
  2. อันตรายต่อดวงตา: โดยปกติแล้วถ้าหากคนทั่วไปคิดถึงรังสียูวี จะคิดถึงการป้องกันทางผิวหนังเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว อันตรายจากหลอดไฟ UV นั้นเป็นอันตรายต่อสายตาด้วยเพราะรังสีจะไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อในตา ทำให้อาจจะเป็นโรคต้อกระจกได้
  3. อันตรายต่อทางเดินหายใจ: ในหลอด UVC บางชนิด จะผลิตก๊าซโอโซนขึ้นมาเพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรค แต่ก๊าซโอโซนจะมีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หากใช้หลอดชนิดนี้แล้ว ควรเปิดไว้ในที่โล่งสักพักก่อนเข้าไปในบริเวณนั้นๆ
หลอดไฟ UV ฆ่าเชื้อโรคได้หรือไม่

หลอดไฟ UV ฆ่าเชื้อโรค ที่ปล่อย รังสีในช่วง 200 – 313 nm จะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ซึ่งสามารถฆ่าไวรัสทั้งแบบ RNA และ DNA ได้อีกด้วย หรือก็คือ หลอด UVC นั่นเอง โดยที่รังสี UVC กระตุ้นพันธะโควาเลนซ์ระหว่างหมู่เบสไทมีนในไวรัสประเภท DNA จนสาย DNA ผิดเพี้ยนและไม่สามารถเจริญเติบโตต่อได้ ส่วนของไวรัสประเภท RNA ก็เช่นกัน แต่จะเกิดปฏิริยาที่หมู่เบสยูราซิลแทน

หลอดไฟ UVA UVB ต่างกันอย่างไร

เราได้รู้จักกับหลอดไฟยูวีกันแล้ว แต่หลอดไฟ UVA UVB ต่างกันอย่างไร เรามีคำตอบให้ ความแตกต่างระหว่างหลอด UVA กับ UVB สามารถแยกได้เบื้องต้นโดยการดูจากความยาวคลื่นของหลอด ซึ่งสามารถแยกได้จาก

  1. UVA
  • เป็นหลอดที่มีความยาวคลื่นสูง แต่มีพลังงานต่ำ
  • สามารถทะลุผ่านชั้นผิวได้มากกว่า UVB
  • มีผลกระทบทางอ้อมกับ DNA
  • มีผลกระทบต่อผิวหนัง สามารถทำให้เกิดริ้วรอย เช่น ตีนกา ได้
  • สามารถทำให้ผิวเกิดสีแทนขึ้นได้
  • สามารถทะลุผ่านกระจกหรือเมฆหมอกได้
  1. UVB
  • เป็นหลอดที่มีความยาวคลื่นต่ำกว่า UVA แต่พลังงานสูงกว่า
  • UVB จะมีผลกระทบต่อชั้นผิวภายนอกซะเป็นส่วนใหญ่
  • UVB อาจจะมีผลทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง แต่ก็สามารถเสริมสร้างและรักษาผิวหนังได้เช่นกัน
  • การฉายแสง UVB มากเกินไปทำให้ผิวหนังไหม้ได้
  • รังสี UVB ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกได้ และสามารถถูกกรองผ่านเมฆหมอกได้
การ ประหยัด พลังงาน ไฟฟ้า ใน โรงงาน อุตสาหกรรม

การ ประหยัด พลังงาน ไฟฟ้า ใน โรงงาน อุตสาหกรรม เป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมควรคำนึงนั้น YLN Electric จึงขอแนะนำในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. การเปิดปิดไฟ: ถ้าหากเราลองสังเกตุการเปิดปิดไฟภายในโรงงานเรา เราอาจจะตกใจที่พบว่าหลายๆครั้งเรามักเปิดไฟในบริเวณที่ไม่มีคนใช้งานด้วยซ้ำ ดังนั้นการใช้สวิทช์และเซนเซอร์อัตโนมัติอาจเป็นทางออกสำหรับปัญหานี้
  2. ปิดอุปกรณ์ต่างๆทุกครั้งหลังใช้งาน: ก่อนที่จะปิดโรงงานทุกครั้ง ลองเดินเช็คดูอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง เพราะมีโอกาสที่จะคนของเราจะลืมปิดระหว่างปฏิบัติงาน
  3. ลดการใช้ตัวชะลอประตู: ตัวชะลอประตูอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าอย่างไม่จำเป็น เพราะมีการเปลี่ยนถ่ายอุณหภูมิภายในห้อง ซึ่งมีโอกาสทำให้เครื่องปรับอากาศของเราทำงานหนักขึ้น
  4. ใช้หลอด LED แทนหลอด Fluorescent: เนื่องจากหลอด LED ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าหลอด Fluorescent มาก แม้จะมีราคาที่สุงกว่า แต่ในระยะยาวจะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า

ดังนั้นการ ประหยัด พลังงาน ไฟฟ้า ใน โรงงาน อุตสาหกรรม จึงเกิดจากการร่วมมือกันของคนในองค์กร และการใช้หลอดไฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้

หลอด UV ช่วย อะไร

หลอด UV ช่วยอะไร หลอด UV เป็นหลอดพิเศษชนิดหนึ่งที่ถูกคิดค้นมาเพื่อที่จะเลียนแบบรังสียูวีที่มาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมีคุณประโยชน์หลากหลายอย่างตามชนิดของรังสี UV นั้นๆ ดังนั้น หลอด UV ช่วยอะไร ได้ตามประเภทของหลอด เช่น หลอด UVA ซึ่งเป็นหลอดที่มีพลังงานต่ำ มีคุณสมบัติในการล่อแมลง, ตรวจสอบเชื้อโรค, อบเด็ก หรือแม้กระทั่งปลูกพืชบางชนิด เป็นต้น หลอด UV แบบต่อไปคือหลอด UVB เป็นหลอดที่มีพลังงานระดับกลาง สามารถนำหลอด UVB ไปใช้งานในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคด่างขาว หรือแม้แต่การเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น หลอดยูวีประเภทสุดท้ายคือหลอด UVC เป็นหลอดที่มีพลังงานสูงที่สุด ตัวหลอดสามารถนำไปใช้งานสำหรับการฆ่าเชื้อโรคบนอากาศ ฆ่าเชื้อพื้นผิว หรือฆ่าเชื้อราต่างๆที่ติดอยู่บนวัตถุของเราได้ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการฆ่าเชื้อที่มีค่าใช้จ่ายต่ำและประสิทธิภาพสูง

หลอด UVC อันตรายไหม

หลอด UVC อันตรายไหม มักเป็นคำถามที่คนกังวลใจกันมากที่สุดเกี่ยวกับหลอดไฟฆ่าเชื้อ เพราะหลอด UVC มีพลังงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับหลอด UVA หรือ UVB จึงทำให้มีโอกาสที่จะเป็นอันตรายกับร่างกายเราได้มากที่สุด โดยที่หลอด UVC อันตรายต่อทั้ง ดวงตา ผิวหนัง และหลอด UVC บางประเภทจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจเพราะสามารถผลิตก๊าซโอโซนได้

หลอดไฟ UVC ซื้อที่ไหน

แล้ว หลอดไฟ UVC ซื้อที่ไหน เนื่องจากเชื้อโรคที่มากขึ้นผู้คนทั่วทุกมุมโลกจึงหันมาให้ความสนใจกับหลอด UVC เพราะเป็นหนึ่งในวิธีการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนเริ่มหาหลอด UVC มาใช้งานกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ต้องแน่ใจว่าหลอด UVC นั้นจะต้องเลือกใช้หลอดที่มีมาตรฐานสากล  เพราะอาจจะเกิดความเสียหายได้ เช่น เป็นหลอดที่ความยาวคลื่นไม่ถึง UVC, เป็นหลอดที่แก้วไม่ได้ผลิตจากแก้วควอทซ์ทำให้แสง UVC ถูกบล็อคไปจนไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร หรือที่แย่ที่สุดคือ เป็นหลอด UVC ที่มีความยาวคลื่นต่ำ พลังงานสูงเกินไปจนอาจจะทำให้เกิดก๊าซที่อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้ ดังนั้นควรเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในวงการแพทย์ เช่น Osram หรือ Philips เป็นต้น 

ที่ YLN Electric จำหน่ายหลอดไฟ UVC แบรนด์ดัง ได้รับมาตรฐานระดับสากล ทำให้คุณอุ่นใจและปลอดภัย หลอดไฟ uvc ซื้อที่ไหน ไว้วางใจได้ที่ YLN Electric มีให้เลือกหลายรูปแบบตามความต้องการและการใช้งาน

วิธี ลดค่าไฟฟ้าใน โรงงาน

วิธี ลดค่าไฟฟ้าใน โรงงาน จะช่วยให้ทั้งโรงงานใหญ่ไปจนถึงโรงงานเล็กๆ ประหยัดต้นทุนลงไปได้มาก จึงเป็นส่วนสำคัญและเป็นเรื่องท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำวิธีการลดค่าไฟฟ้าในโรงงานดังนี้

  1. เพิ่มระบบตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าภายในโรงงาน: หากต้องการรู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้ปริมาณไฟฟ้าไปขนาดไหน และจุดไหนที่ใช้งานมากเกินไป การเพิ่มระบบตรวจสอบจะทำให้เรารู้ถึงจุดที่เป็นปัญหาและทำการแก้ไขได้ง่ายขึ้น
  2. ใช้เครื่องจักรอย่างมีกลยุทธ: ในหลายๆครั้งเราเปิดเครื่องจักรทุกเครื่องให้ทำงานตลอดเวลาเพื่อการผลิตที่ไม่สะดุด แต่ถ้าหากเรามองภาพใหญ่ เราอาจจะเห็นว่าเครื่องจักรบางตัวไม่จำเป็นต้องเปิดในบางช่วงเวลาได้ ซึ่งจะทำให้ลดค่าไฟฟ้าในโรงงานได้ส่วนนึงเลย
  3. จัดการซ่อมบำรุงอยู่สม่ำเสมอ: เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆนั้นจะมีช่วงอายุการใช้งานของมัน หากไม่หมั่นทำการซ่อมบำรุง จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆกินไฟมากกว่าเดิมได้
หลอด UV ที่มี Ozone กับ ไม่มี Ozone แตกต่างกันอย่างไร

คุณอาจกำลังสับสนอยู่ว่า หลอด UV ที่มี Ozone กับ ไม่มี Ozone แตกต่างกันอย่างไร กล่าวคือ ประเภทของหลอด UV ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และแบคทีเรียต่างๆจะเป็นหลอดที่มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 100-280 nm ซึ่งหลอดประเภทนี้เรียกว่าหลอด UVC หากเป็นช่วงความยาวคลื่นที่เท่ากับน้อยกว่า 185 nm จะทำให้รังสีที่แผ่ออกมานั้น ผลิตก๊าซ Ozone ทำให้ หลอด UV ที่มี Ozone กับไม่มี Ozone นั้นจะมีความแตกต่างกัน คือ หลอด UVC Ozone free จะฆ่าเชื้อเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงเท่านั้น ส่วนหลอด UVC ที่มี Ozone จะสามารถฆ่าเชื้อในบริเวณที่แสงไม่ตกกระทบได้ แต่หลอดที่มี Ozone จะผลิตก๊าซ Ozone ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจซึ่งหากต้องการใช้งานหลอดที่มี Ozone จำเป็นต้องให้คนอยู่นอกพื้นที่ในบริเวณที่ต้องการจะฆ่าเชื้อแม้จะเป็นบริเวณที่ไม่ถูกแสงของรังสี UV ก็ตาม และหากใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วควรปล่อยทิ้งไว้หรือทำระบบระบายอากาศเพื่อให้ก๊าซ Ozone ไม่มีอยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย

สรุปคือ หลอดทั้ง 2 ประเภทสามารถใช้ในการฆ่าเชื้อได้ ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่ถ้าหากต้องการใช้หลอด UVC ที่มี Ozone จะต้องมีการระมัดระวังการใช้งานมากกว่าเดิมนั่นเอง

ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะฆ่าเชื้อได้หมด

หลอดไฟที่ฆ่าเชื้อโรคได้ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะฆ่าเชื้อได้หมด เมื่อพูดถึงระยะเวลาในการฆ่าเชื้อด้วยหลอด UVC นั้น จะมีหลากหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้องด้วยกัน เช่น

1.ขนาดพื้นที่ กว้างxยาวxสูง ของบริเวณที่ต้องการฆ่าเชื้อ: หากต้องการฆ่าเชื้อในอากาศภายในห้อง ยิ่งห้องมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใช้เวลาในการฆ่าเชื้อมากขึ้นเท่านั้น

2.ค่าเข้มแสงของหลอด UVC: ยิ่งหลอดที่มีค่าความเข้มแสงของ UVC มากก็จะยิ่งทำให้สามารถฆ่าเชื้อได้รวดเร็วมากขึ้น

3.ระยะห่างระหว่างหลอดถึงวัตถุที่ต้องการฆ่าเชื้อ: เนื่องจากการแผ่ขยายรังสีของหลอดนั้น จะมีค่าลดต่ำลงเรื่อยๆตามระยะทาง ดังนั้นการนำวัตถุมาใกล้หลอด จะทำให้ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีตัวแปรอื่นอย่างเช่น ความชื้น, อัตราการหมุนเวียนลมภายในบริเวณ หรือแม้แต่อุณหภูมิเป็นต้น ดังนั้นหากต้องการทราบระยะเวลาที่ฆ่าเชื้อเบื้องต้น สามารถปรึกษากับทางเรา YLN Electric ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับทุกการใช้งาน เรื่องหลอดไฟ UV